บาคาร่า Close Up: ให้เธอได้กับเขา ..และจงโชคดี

บาคาร่า

บาคาร่า

Close Up: ให้เธอได้กับเขา ..และจงโชคดี

แมตช์ประวิงเวลาการเป็นแชมป์ของเชลซีจบลงด้วยผลเสมอที่เข้าทาง และดูเหมือนทุกอย่างจะชัดเจนมากขึ้นแล้วในซีซั่นนี้ ซึ่งคอลัมนิสต์ของเรามีบทความมาให้อ่าน

ในชั่วโมงที่ลีกเมืองเบียร์อย่างบุนเดสลีกา เพิ่งจะได้รับทราบข่าวการเป็นแชมป์ป้ายแดงอย่างไม่เป็นทางการของบาเยิร์น มิวนิค ผู้ผูกขาดฟุตบอลดอยช์ลันต์ หลังจากทีมอันดับสองอย่างโวล์ฟบวร์กบุกไปแพ้กลัดบัค 0-1 ทำแต้มขาด พี่เสือจ่อรับถาดอีกสมัย
ที่อังกฤษ เกมแมตช์ใหญ่ช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลก็จบลงด้วยผลเสมอกันแบบไร้สกอร์ 0-0 ของทีมจ่าฝูงเชลซี และทีมอันดับ 3 อาร์เซนอลที่มีแต้มไล่จี้กันห่างๆ

เป็นผลเสมอที่เหมือนชนะของทีมเยือนเสื้อสีน้ำเงิน ขณะที่ฝั่งเจ้าบ้านพวกเขารู้สึกเหมือนพ่ายแพ้

อาร์เซนอลหมายมั่นปั้นมือว่าในเกมลอนดอนดาร์บี้แมตช์ครั้งนี้ พวกเขาต้องการชนะสถานเดียว อย่างน้อยเพื่อกระชับพื้นที่ให้กลับมาตึงเครียดกันอีกครั้งระหว่างพวกเขาและจ่าฝูง ในเมื่อทีมอื่นไม่สามารถหยุดยั้งขบวนพาเหรดอันแข็งแกร่งของมูรินโญได้ ก็คงต้องเป็นพวกเขาเอง

ต้องยอมรับว่ารูปเกมของอาร์เซนอลทำได้ดีเหมือนที่ตั้งใจ พวกเขาเปิดฉากสร้างมิติในแนวรุกต่อกรกับสิงห์บลูได้อย่างสนุกตั้งแต่ต้นเกม และมีหลายโอกาสที่เกือบเจาะประตูเข้าไปได้ แต่สุดท้ายก็คงต้องโทษตัวเองที่ทำได้แค่เสียว แค่ได้ฮือฮา และสร้างความเจ็บปวดให้ทีมเยือนแบบจริงๆ จังๆ ไม่ได้สักดอก

ซึ่งตรงนี้ต้องยกเครดิตให้ระบบหลังบ้านของเชลซี ที่แข็งแกร่งชนิดที่เรียกว่าแข็งโป๊ก ของจริง ทั้งอิวาโนวิช, เคฮิลล์, เทอร์รี, อัซปิลิกวยต้า แค่มองด้วยหางตาก็รู้ว่าพวกเขาทั้งหนา สูงใหญ่ เมื่อถูกป้อนคำสั่งให้เก็บกวาดหน้าปากประตู พวกเขามีสมาธิ โฟกัสกับการป้องกัน สู้กับนักเตะอย่างอเล็กซิส, โอซิล หรือการ์ซอลา จะเห็นได้ชัดว่าคนละเบอร์เลยทีเดียว

และยิ่งบวกกับนายทวารมือกาวอย่างน้องโบ ธีโบต์ กูร์ตัวส์ ที่ยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจ ก็เหมือนมีปราการด่านสุดท้ายเพิ่มเป็น 2 ชั้น คงไม่แปลกที่จะต้องยกเครดิตให้กับความแหลมคมของมูรินโญ ที่บรรจงสร้างค่ายกลเกมรับได้เป็นเบอร์หนึ่งของอังกฤษในเวลานี้

ถ้าจะเปรียบว่าพวกเขามีรถบัสจอดขวางหน้าประตูอยู่ก็คงไม่ผิดมากนัก แต่พูดกันตามตรง คำว่า “รถบัสขวางประตู” ชั่วโมงนี้ไม่ใช่คำกระแนะกระแหนแดกดันอีกแล้วนะครับ แต่มูรินโญกำลังแสดงให้เห็นถึงพลังงานบางอย่างที่สำคัญของทีมที่ “กำลังจะเป็นแชมป์” นั่นแหละ

ในวันที่แนวรุกไม่มีตัวเลือก แต่แนวรับเชลซีก็เขี้ยวลากดินพอที่จะจัดการผลการแข่งขันให้เข้าที่เข้า ทาง และนั่นแหละที่ทำให้พวกเขาดีพอ นำโด่งแบบม้วนเดียวจบตั้งแต่ต้นฤดูกาลจนถึงนาทีนี้

ไม่น้อยไปกว่ากัน, อาร์เซนอลเองก็มีเกมรับที่ใช้ได้ในเกมบิ๊กแมตช์เมื่อคืนที่ผ่านมา พวกเขาดูมีสมาธิมากขึ้นในการเล่นเกมใหญ่ ขณะที่ออสปิน่าก็ทำได้ดีในหลายเซฟ ซึ่งหากเป็นเชสนีย์ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะมีหลุดเสียประตูบ้างไหม

สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า “เดอะกันเนอร์ส” เริ่มหาจุดลงตัวในแนวรับได้แล้ว หลังจากพยายามมองหามาหลายฤดูกาล (หลังๆ) และการมาของก๊อกโกแล็งก็ตรงกับจุดคุ้มทุนของอาร์เซนอลพอดีในซีซั่นนี้

ขณะที่แนวรุกของทั้งสองทีม ผมขออนุญาตวิเคราะห์และให้คะแนนแตกต่างกันตามประสิทธิภาพ เจ้าบ้านอย่างอาร์เซนอลมีโอกาสเข้าทำด้วยตัวเลือกที่มากมาย แต่มันอาจไม่ใช่วันของพวกเขา โอลิวิเยร์ ชิรูด์ที่โดดเด่นด้านพักบอลและครอบครองบอลเพื่อขยายโอกาสให้เพื่อนในการเข้าทำ ถูกมาร์คดับสนิทจากเหล่าไททันในแผงหลังของเชลซี

โดยผู้เล่นคนอื่นๆ ได้แต่ป้ายบอลไปมา แม้โอซิลจะสร้างสรรค์โอกาสได้มากที่สุด แต่ในเมื่อจบไม่ลงก็เปล่าประโยชน์ ครั้นจะยิงเองจากนอกกรอบก็ยังไม่เป็นใจอยู่ดี ซึ่งก็ต้องให้เครดิตทีมเยือนที่มาจับทุกทิศทางได้หมดจดจริงๆ

ฟากฝั่งเชลซีแม้พวกเขาไม่มีเพชรฆาตตัวความหวังให้ได้ตื่นเต้น แต่เกมรุกก็ยังมีประสิทธิภาพในมาตรฐานของมูรินโญ การทะลุทะลวงของอาซาร์และออสการ์สร้างปัญหาได้ดี แม้สุดท้ายจะไม่มีสกอร์ แต่พวกเขาก็มีจังหวะหวาดเสียวหลายครั้ง จินตนาการว่าถ้าพวกเขามีคอสต้า เชลซีคงมีซักหนึ่งตุงแน่ๆ

นับจนจบ 90 นาทีที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม อาร์เซนอลใช้เวลาไป 8 ชั่วโมงกับอีก 2 นาทีเข้าไปแล้วที่ยังไม่สามารถทำประตูอริร่วมเมืองได้เสียที และหลังเกมนัดนี้ผ่านไป อาร์แซน เวนเกอร์ ก็ยังไม่สามารถเอาชนะเชลซีในยุคของ โชเซ มูรินโญ​ ได้ ทำได้ดีที่สุดเพียงแค่เพิ่มสถิติเสมอ 7 นัดเข้าไปแทน

อีกหนึ่งประเด็นที่คงจะไม่พูดถึงไม่ได้ คือการกลับมาเยือนถิ่นเก่าของศิษย์รักอย่างเชสก์ ฟาเบรกาส ที่แม้จะมีทั้งเสียงรักเสียงชังในสนาม แต่การปรากฏตัวครั้งนี้ในสถานะที่ต่างออกไปคงทำให้มิดฟิลด์เลือดกระทิงดุ อดีตขวัญใจชาวปืนคงรู้สึกประหม่าเล็กน้อย

กระนั้นเอง เชสก์แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพด้วยการสร้างสรรค์โอกาสสวยๆ ให้ต้นสังกัดเสื้อสีน้ำเงินหลายครั้ง ช่วยให้เชลซีเกือบได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะตักยาวให้ออสการ์ ก่อนจะถูกกาซอร์ลาสะกิดล้มในเขตโทษ ทว่าผู้ตัดสินกลับมองว่าเป็นการพุ่งล้มของชายเชสก์ ไม่มีประตู ไม่มีการยิงทีมเก่า เรื่องดราม่าจึงไม่หนักหนาสาหัสเท่าไหร่นัก

จบเกมจบแล้วก็จบกันไปครับ เอาเป็นว่าอาร์เซนอลก็ยังคงเอาชนะเชลซีในยุคใหม่ไม่ได้ ยังต้องอยู่ในร่มเงาความยิ่งใหญ่ของคู่อริต่อไป และแชมป์ปีนี้ก็คงไม่มีอะไรพลิกโผไปจากนี้ พวกเขาเองก็มีสิ่งที่ดีที่สุดคือการไล่ล่าอันดับสองและถ้วยแชมป์เอฟเอ คัพที่จะโม่แข้งกับแอสตัน วิลลาในสิ้นเดือนหน้าเท่านั้น

ฟาเบรกาสจากไป เบื้องลึกเบื้องหลังเป็นอย่างไรเราไม่รู้ แต่สิ่งสำคัญในฐานะนักฟุตบอลอาชีพระดับโลกคือการไขว่คว้าหาความสำเร็จ และเชสก์ อาจจะยังไม่ได้ถึงจุดที่เขาพอใจในรั้วเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ซึ่งบางที การย้ายไปเชลซี ก็คงจะตอบโจทย์ตรงนี้ได้

แฟนๆ อาร์เซนอลทั้งหลาย ก็คงจะทำได้ดีที่สุดเพียงแค่ร้องเพลงอวยพร ให้กับอดีตนักเตะที่เคยทุ่มเทเพื่อสโมสร “ปืนใหญ่” มาอย่างมากมายว่า

“ให้เธอได้กับเขา และจงโชคดี อย่ามีอะไรให้เสียใจ…”

ยอมรับแต่โดยดี ซีซั่นหน้าว่ากันใหม่ ใจนักเลงไปเลยครับ แหม่

No Comments

Leave a Comment

Please be polite. We appreciate that.
Your email address will not be published and required fields are marked